| ความลับทีี่ 1 |
| อาหารญี่ปุ่นมีพื้นฐานอยู่ 5 อย่างด้วยกันคือ ปลา ถั่วเหลือง ข้าว ผักและผลไม้ อาหารคลาสสิกใ่น 1 มื้อของคนญี่ปุ่นจะมีปลาย่าง 1 ชิ้น ข้าว 1 ถ้วย ผักต้ม ซุปมิโสะ ผลไม้ชิ้นเป็นของ |
| หวานและชาเขียวร้อน 1 ถ้วย หมายความว่า 1 มื้อคนญี่ปุ่นจะกินข้าว 1 ถ้วย ซุป 1 ถ้วยและกับข้าว 3 อย่าง คนญี่ปุ่นจะกินปลาเป็น 2 เท่าของคนอเมริกันและกินผลิตภัณฑ์จากถั่ว |
| เหลืองมากกว่าถึง 10 เท่า คนญี่ปุ่นกินข้าวมากเป็นภูเขาๆ คนญี่ปุ่นคลั่งผักเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะพวกผักใบเขียว หัวไชเท้าและมะเขือยาว ผักโปรดอีกอย่างก็คือ สาหร่าย ผักที่ได้ |
| จากท้องทะเล อย่างคอมบุ โนริ และวะคาเมะ การคึกษาในหญิงชราชาวญี่ปุ่น 200 คนพบว่าพวกเธอกินอาหารแตกต่างกันมากกว่า 100 คน อย่าง 1 ใน สัปดาห์ตรงข้ามกับชาวตะวัน |
| ตกที่กินต่างกันเพียงแค่ 30 อย่างเท่านั้น |
| ความลับที่ 2 |
| คนญี่ปุ่นกินน้อย และเสิร์ฟนจานเล็กๆ อย่างสวยงาม คนญี่ปุ่นคุ้นเคยกับอาหารปริมาณน้อยๆ พวกเขากินน้อยกว่าชาวอเมริกัน 3 เท่า ในขณะที่คนอเมริกันกินจนกว่าจะรู้สึกอิ่มตื้อ |
| คนญี่ปุ่นจะบอกว่าให้อิ่มเพียง 80 % พอ ในประเทศญี่ปุ่น อาหารจะต้องกินอย่างช้าๆ และต้องซึมซับกับรสชาติในทุกๆคำและอาหารจะเสิร์ฟมาในจานหรือชามที่ขนาดพอดีคำ |
| หลักของตกแต่งอาหารก็คือ |
| + อย่าวางอาหารจนเต็มจาน |
| + อย่าเสิร์ฟอาหารชิ้นใหญ่ |
| + อาหารแต่ละอย่างจะต้องเสิร์ฟมาในจานของตัวเอง |
| + ทุกอย่างจะต้องตกแต่งสวยงามและปราณีต |
| + ของสดคือสิ่งที่ดีที่สุด |
| ความลับที่ 3 |
| อาหารญี่ปุ่นไม่ต้องผ่านการปรุงมาก แม่บ้านหรื่อผู้หญิงญี่ปุ่นมักจะทำอาหารเพียงเล็กน้อย พวกเธอไม่มีเตาอบ แทนที่จะใช้การย่างหรืออบ ผู้หญืงญี่ปุ่นจะใช้วิธีการนึ้ง ย่างบนกระทะ |
| ต้ม หรือผัดแบบเร็วๆ ด้วยความร้อนสูง วิธีเหล่านี้ช่วยรักษาสารอาหารได้ หลักของการปรุงอาหารญี่ปุ่นก็คือเน้นความสวยงามและสีสันกับอาหารตามธรรมชาติปรุงรสชาติเพียงเล็กน้อย |
| ความลับที่ 4 |
| คนญี่ปุ่นกินข้าวแทนขนมปังในทุกมื้อ ทุกวันนี้แซนด์วิชกลายเป็นอาหารกลางวันที่นิยมมากรวมทั้งขนมปังปิ้งในตอนเช้า ตอนนี้มีร้านเบเกอรี่มากกว่า 5.000 ร้านทั่วประเทศญี่ปุ่น |
| ที่ขายขนมปังแบบฝรั่งเศล อิตาเลี่ยนและเบเกิลแบบอเมริกัน รวมทั้งแบบของญี่ปุ่นเอง แต่โดยรวมแล้วการบริโภคขนมปังในญี่ปุ่นก็ยังต่ำกว่าในประเทศตะวันตกมาก ข้าวยังคงเป็น |
| อาหารหลักในทุกมื้ออยู่ดี และการกินข้าวแทบทุกมื้อ ทำให้คนญี่ปุ่นหลีกเลี่ยงพวกมัฟฟิน ขนมปังขาวได้ |
| ความลับที่ 5 |
| ผู้หญิงญี่ปุ่นเป็นราชินีแห่งอาหารเช้า ผู้หญิ่งญี่ปุ่นไม่กิินแพนเค้กเป็นอาหารเช้า พวกเขาไม่กินไข่และเบคอน ไม่กินเบเกิล ครีมชีส มัฟฟินบลูเบอร์รี่หรือซีเรียลน้ำตาลสูง แต่สำหรับ |
| คนญี่ปุ่นทุกๆเช้า ภรรยาและแม่นับล้านๆคนจะทำอาหารเช้าเพื่อครอบครัว อาหารเช้าในประเทศญี่ปุ่นจะประกอบไปด้วย ชาเขียว ข้าว 1 ถ้วย มิโซะซุปกับเต้าหู้ และหอมแดง สาหร่าย |
| โนริชิ้นเล็ก ไข่ปลาชิ้นเล็กหรือปลาแซลมอนย่าง |
| ความลับที่ 6 |
| ผู้หญิ่งญี่ปุ่นชอบขนมหวาน...แต่อย่างถูกวิธี ผู้หญิงญี่ปุ่นคลั่งไคลช็อคโกแลต ชอบกินขนมปัง ไอศกรีม คุกกี้ แคร็กเกอร์ข้าว และเค้กถั่วแดง แต่ความแตกต่างก็คือ พวกเขากินขนม |
| หวานและขนมนานๆ กินทีและกินในปริมาณน้อยกว่า และเค้ก 1 ชิ้นก็กินเพียง 1 ใน 3 ของขนาดที่คนอเมริกันกิน คนญี่ปุ่นทำยังไงถึงไม่มีปัญหาโรคอ้วนทั้งๆที่ช็อคโกแลตอร่อยๆ |
| อยู่ทุกที่ร้านเบเกอร์รี่บางร้านในโตเกียวเทียบเท่ากับร้านที่ดีที่สุดในปารีสทีเดียว เหตุผลก็คือพวกเขาไม่มีนิสัยในการกินขนมเยอะๆ และพวกเขาก็มีความสุขที่ได้กินขนมน้อยกว่า |
| ชาวอเมริกันถึง 25% |
| ความลับที่ 7 |
| ผู้หญิงญี่ปุ่นมีทัศนคติต่ออาหารจากชาติอื่น อีกเหตุผลหนึ่งที่ผู้หญิงญี่ปุ่นครองแชมป์อายุยืนก็เพราะว่าพวกเขาไม่ได้ยึดตืดกับอาหาร มันไม่ใช่แค่ตัวอาหารหรือไลฟ์สไตส์เท่านั้นที่ทำ |
| ให้ผู้หญิงญี่ปุ่นไม่เป็นโรคอ้วน แต่เป็นความคืดที่ถูกปลูกฝังมาเรื่องอาหารต่างหาก ในรายงานปี 2003 เกี่ยวกับนิสัยการกิน นักวิัีจัยจากมหาวิทยาลัยไบร์แฮม ยังพบว่าชาวอเมริกันคิด |
| ถึงอาหารที่สุขภาพดีน้อยกว่าคนญี่ปุ่น ผู้ช่วยศาตราจารย์สตีฟ ฮอว์กส ผู้นำการวิจัยบอกว่าชาวอเมริกันส่วนใหญ่มักจะให้ความสำคัญกับความผอมและความเข้มงวดในเรื่องอาหาร |
| แต่ในญี่ปุ่นเน้นเรื่องสุขภาพมาก่อนและความหลากหลายทางอาหาร สาวญี่ปุ่นบางคนก็ให้ความสำคัญกับเรื่องรูปร่างแต่พวกเธอจะไม่ปฏเสิธอาหารจานโปรดเหมือนชาวอเมริกัน |
| ความเข้มงวดเรื่องอาหารของชาวอเมริกันอาจนำไปสู่โรคอ้วนได้ร่างกายจะตอบสนองด้วยการเก็บไขมันมากกว่าปกติและลดการเผาผลาญแคลอรี่จากกิจวัตรที่เราทำในแต่ละวันอีกด้วย |
ขอขอบคุณ Kawaii Chick Thai