ปัจจุบันมีกิจกรรมการออกกำลังกายหลายประเภทให้เลือกปฏิบัติ สามารถทำได้ง่ายและสะดวก อาทิ
การเดิน
นับเป็นกิจกรรมพื้นฐานที่สามารถทำได้ไม่ยากด้วยการเลี่ยงการใช้สิ่งอำนวยความสะดวก เช่น
บันไดเลื่อน หรือลิฟต์ การออกกำลังกายด้วยการเดินมีเคล็ดลับอยู่เล็กน้อย คือควรปล่อยตัวตามสบาย
เงยหน้ามองตรง เพราะการก้มหน้าจะทำให้ปวดคอและหลัง ควรเดินเหยียบให้เต็มฝ่าเท้า ไม่ควรเดินตะแคงเท้า
เพราะจะทำให้ข้อเท้าและเข่าต้องรับแรงเพิ่มขึ้น สำหรับผู้เดินเร็ว ๆ และส่ายสะโพกไปด้วยนั้น
จะช่วยเพิ่มการบริการกล้ามเนื้อบริเวณท้อง ก้น แขน และไหล่ด้วย
การวิ่ง
เป็นรูปแบบการออกกำลังกายแบบแอโรบิกที่ทำได้ง่ายและสะดวก
สามารถเลือกได้ว่าจะวิ่งแบบใดที่เหมาะสมและตรงกับความชื่นชอบ อาทิ การวิ่งเหยาะ วิ่งเร็ว วิ่งมาราธอน
หรือวิ่งบนสายพานเครื่อง โดยแต่ละประเภทมีคุณลักษณะที่ต่างกัน เช่น การวิ่งเหยาะมีผลดีต่อหัวใจและปอด
ไม่ทำให้เกิดความเครียดอย่างการวิ่งเร็ว ส่วนการวิ่งบนสายพานมีข้อดีคือ
ทำให้สามารถทราบระยะทางการวิ่งแน่นอน และทราบอัตราการเต้นของชีพจร เพื่อปรับโปรแกรมการวิ่งให้เหมาะสม
อย่างไรก็ดี การวิ่งอาจเกิดแรงกระกระแทกต่อข้อเท้าและขา
ดังนั้นจึงควรเลือกรองเท้าที่มีน้ำหนักเบาและลดแรงกระแทกได้
การเต้นแอโรบิก
เป็นการออกกำลังกายประกอบจังหวะดนตรีที่สร้างสีสันและความสนุกสนาน
จึงได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก การเต้นประเภทนี้ทำให้ทุกส่วนของร่างกายได้เคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง
ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อได้เป็นอย่างดี
แต่ควรระวังการเต้นผิดวิธีที่อาจจะทำให้เกิดการบาดเจ็บได้ หรือการเต้นบนพื้นที่แข็งเกินไป
ควรหารองเท้าที่เบาและลดการกระแทกได้
การว่ายน้ำ
เป็นการออกกำลังกายที่ดี เนื่องจากมีโอกาสเกิดการบาดเจ็บหรือกระแทกน้อย
เพราะมีน้ำช่วยพยุงร่างกายไว้ นอกจากนี้การออกแรงต้านน้ำยังทำให้กล้ามเนื้อได้บริหารทุกส่วนของร่างกาย
โดยแต่ละท่าจะเน้นการบริหารกล้ามเนื้อที่ต่างกัน อาทิ ท่ากรรเชียง ใช้กล้ามเนื้อหลังมาก
ท่ากบเน้นกล้ามเนื้อขาด้านในและก้น ท่าฟรีสไตล์เน้นไหล่ เอว หน้าท้อง และท่าผีเสื้อเน้นไหล่ ปีก อก
และท้อง ทั้งนี้ควรบริหารสลับท่าเพื่อให้ร่างกายได้บริหารครบทุกส่วน
การออกกำลังกายเป็นกิจกรรมที่เริ่มต้นไม่ยากและเมื่อเริ่มลงมือปฏิบัติก็มีผลดีต่อร่างกายอย่างเห็นได้ชัด
เป็นการลงทุนที่หาซื้อไม่ได้ แต่ต้องเริ่มต้นสะสมด้วยตนเอง
บัญญัติ 10 ประการในการออกกำลังกาย
1. ออกกำลังกายเป็นประจำ อย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 วัน
2. ออกกำลังกายครั้งละ 15 - 30 นาที
3. ออกกำลังกายแบบค่อยเป็นค่อยไปอย่าหักโหม
4. ควรอบอุ่นร่างกายก่อนออกกำลังกายและผ่อนคลายก่อนเริ่มออกกำลังกาย
5. ออกกำลังกายให้เหมาะสมกับวัย
6. ออกกำลังกายที่ให้ความสนุกสนาน
7. แต่งกายให้เหมาะสมกับกับชนิดของการออกกำลังกาย
8. ออกกำลังกายในสถานที่ปลอดภัย
9. ควรออกกำลังกายหลากหลายชนิด
10. ผู้สูงอายุ หญิงมีครรภ์ ผู้มีโรคประจำตัว ต้องตรวจสุขภาพก่อนออกกำลังกาย
http://www.thaihealth.or.th/news.php?id=1425